• สัญญาธาตุรู้ที่อยู่คู่กับทุกอณูในสรรพสิ่งบอกข้าว่า มีการเปลี่ยนแปลง และมีการเตรียมตัวของสรรพชีวิตมากมาย รวมทั้งมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการเตือนภัยจากมหันตภัย ที่มันมาถึงโลกและจักรวาลของเราแล้ว บางส่วนที่สามารถรับข้อมูลข่าวสารได้ ซึ่งมีทั้งการถ่ายทอดความรู้สู่บุคคลรอบข้าง หรือส่งสารสู่สาธารณะทั่วไปก็มี แต่ก็ยังน้อยเกินไป และยังไม่ทราบถึงวิธีการของมนุษย์ที่ช่วยในการลดความรุนแรง หรือจนสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ให้มหันตภัยนั้นไม่เกิดขึ้นได้ การแผ่เมตตา และการปฏิบัติต่อโลก เพื่อให้เกิดความสมดุลโดยด่วนที่สุดนั้นสำคัญมากที่สุด ได้กล่าวไว้ในเว็บไซต์ www.universal-signal.com แล้ว และจงพิจารณาการเตือนภัยทั้งหลาย ให้เป็นข้อการปฏิบัติในการสร้างสมดุลของธรรมชาติ คือ การสร้างสนามพลังงานแห่งธรรมชาติร่วมกันทั้งโลกไม่เลือกชาติ ไม่เลือกศาสนา ไม่เลือกไม่ถือวรรณะ ไม่ถือเป็นของเราหรือของเขาจงเลือกแต่ทุกชีวิตเป็นหนึ่งเดียวร่วมกัน โดยไม่มีความแตกต่างใดๆ ทุกๆ สรรพชีวิตเหมือนกัน คือ ได้รับผลจากความไม่สมดุลของธรรมชาติถ้วนหน้ากัน มหันตภัยไม่เลือกตามหน้าตามนุษย์และสรรพชีวิต แต่ความโหดร้ายของมันนั้น เป็นไปตามกรรมเวรของแต่ละบุคคลแต่ละชีวิต จนถึงเวลานี้ กรรมเวรของมนุษย์ รวมกันได้ผลออกมาเป็นมหันตภัยล้างโลกเลยทีเดียว สรุปมนุษย์ทุกคนคือ ต้นตอของสาเหตุในการทำลายล้างโลกในครั้งนี้ ที่ร้ายกว่านั้น สรรพชีวิตอื่นที่บริสุทธิ์ ยังต้องรับผลนั้นไปด้วย จงตระหนักถึง ผลแห่งการทำลายล้างโลก จักรวาล ดาราจักร และเอกภพแห่งนี้เป็นสำคัญ อย่างน้อยที่สุด จงเหลือพื้นที่บนดาวดวงนี้ให้ลูกหลาน เด็กเล็กๆ ทั้งหลาย ที่บริสุทธิ์ให้สามารถต่อมีลมหายใจของตน เพื่อการเข้าสู่ยุคพลังงานใหม่ต่อไปด้วยเถิด

    ทั้งหลายทั้งมวลเหล่านี้ข้าได้สัญญาณมาส่งถึงมนุษย์ทั้งหลายให้ตื่น และจงตื่นขึ้นมาสร้างสมดุลแห่งสนามพลังงานแห่งธรรมชาติ ที่เรียกกันว่า Natural Morphic Field โดยการคิดเห็นจริงจากการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน เป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้

    ๑. เส้นแรงสนามแม่เหล็กของโลกขาดและมีการสะบัดของเส้นแรงตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวแผ่นดินยุบ มีพายุที่รุนแรงขึ้น เกิดขึ้นในพื้นที่เดิม และพื้นที่ที่ไม่เคยเกิดมาก่อน เกิดคลื่นยักษ์ถล่มมนุษย์ที่มีกรรมหนักให้ร่างจมลง จบชีวิตก่อนกำหนด

    การกลับของขั้วแม่เหล็กโลก
    ความเสียหายจากแผ่นดินไหว
    แผ่นดินทรุด
    พายุที่เกิดอย่างรุนแรง
    คลื่นลมที่รุนแรงในทะเล
    ซึนามิ

    ๒. มนุษย์พบเห็นว่าดาวศุกร์มีความสว่างมากขึ้น เสมือนดวงดาวนี้มีขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากโลกปรับตำแน่งของตนคือแกนขั้วของโลกเปลี่ยนแปลงองศาไปนั่นเอง เพื่อให้ตนนั้นสมดุลให้มากที่สุด

    ตำแหน่งขั้วโลกที่แกว่ง
    ดาวศุกร์ที่สุกสว่างกว่าเดิม

    ๓. มนุษย์จะสามารถพบเห็นค้นพบดวงดาวมากขึ้นในขณะนี้ และพบดาวดวงเล็กๆ มากมาย จากการทำมุมของโลกกับดวงอาทิตย์นั้นเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง เป็นสัญญาณบอกถึงการเปลี่ยนตำแหน่ง และการหมุนรอบดวงอาทิตย์ และการหมุนรอบตัวเองของโลกใบนี้ที่เปลี่ยนไป มีผลต่อปฏิทินของโลกที่มนุษย์ใช้อยู่ ขาดความเที่ยงตรง ปี ๒๕๔๓ เป็นต้นมาโลกค่อยๆ หมุนรอบดวงอาทิตย์ จนปีปัจจุบัน ๒๕๕๐ การหมุนครบรอบ ๑ ครั้ง เป็นเวลาตามปฏิทินมนุษย์จำนวน ๓๕๔ วันเท่านั้น

    การหมุนรอบดวงอาทิตย์ของโลก
    UFO

    ๔. การพบเห็นมนุษย์ต่างดาวน้อยลงกว่าเดิม ด้วยมนุษย์ต่างดาวสำรวจโลกใบนี้ประมาณ ๓๐๐ ปีที่แล้ว และพบว่าโลกนี้กำลังพบกับมหันตภัยล้างโลก จึงเดินทางกลับไป เป็นส่วนใหญ่ หลงเหลือแต่ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางกลับได้ ด้วยยานสำหรับการเดินทางเสื่อมสภาพลง

    ๕. โลกเผชิญกับภาวะโลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจากความร้อนบนพื้นผิว เนื่องจากความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่มีสาเหตุจากโลกมีป่าไม้ลดลงมาก มีก๊าซบางชนิดทำลายชั้นบรรยากาศ

    ความร้อนจากแสงอาทิตย์
    การตัดไม้ทำลายป่า
    น้ำแข็งขั้วโลกละลาย

    ๖. โลกเผชิญกับภาวะโลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจากความร้อนใต้พื้นพิภพ เนื่องด้วยน้ำมันดิบ ที่หล่ออยู่ใต้ผิวโลก มีหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนระหว่างชั้นใต้ผิว จนถึงแกนโลกกับพื้นที่ผิวโลก เมื่อน้ำมันใกล้หมดลง หมายถึงความร้อนจากใต้พิภพ ก็ผุดขึ้นมาแล้ว มีพลังงานความร้อนประทุขึ้นมา มากกว่าที่ได้รับจากความร้อน จากบนผิวเปลือกโลกมากมายนัก ทุกคนใช้น้ำมัน ดังนั้นทุกคนทำให้ความร้อนผุดขึ้นมา ร่วมกัน อีกสาเหตุหนึ่งการใช้เครื่องจักรหนัก การระเบิดหิน การขุดเจาะพื้นหินแข็ง มีผลให้เกิดรอยรั่วรอยร้าวของแผ่นหินกันความร้อนภายใต้พิภพ ความร้อนผุดขึ้น จากใต้พิภพอย่างมากมายเช่นกัน สุดท้ายแสดงด้วยหิมะบนที่สูงและภูเขาน้ำแข็งละลาย

    ความร้อนใต้ภิภพ
    น้ำมันเป็นฉนวนกั้นความร้อน
    การชุดน้ำมันขึ้นมาใช้

    ๗. สัตว์ใต้ผิวโลกและบนผิวโลกเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

    ๗.๑ สัตว์ใต้ทะเลลึกหนีความร้อนขึ้นมาอาศัยบริเวณน้ำตื่นหรือชายฝั่ง เช่น ปลาโบราณ ปลาหมึกขนาดใหญ่ ปูน้ำลึก การเข้ามาเกยตื้นของสัตว์น้ำหลายชนิด เป็นต้น

    ๗.๒ สัตว์ที่อยู่ใต้พื้นดินทำรังหรือขุดรูที่ตื่นขึ้นและบางชนิด เริ่มอาศัยอยู่บนผิวดิน หรือโพรงไม้ เช่น ตุ่น งูบางชนิด และยังมีพิษมากขึ้นด้วย เป็นต้น

    ๗.๓ สัตว์พาหะนำโรคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพื่อรับเชื้อโรคที่รุนแรงมากขึ้น ยุงบางชนิดบินได้สูงขึ้น รับเชื้อไวรัสที่กำลังปรับตัวให้สามารถทำลายมนุษย์ทั้งโลก ได้อย่างเฉียบพลันในอนาคตอันใกล้นี้ หนูมีขนที่เริ่มตั้งขึ้นวิ่งเร็วขึ้น มีอาการตกใจมากขึ้น เพื่อรอรับเชื้อกาฬโรคสายพันธุ์ใหม่เช่นกัน ริ้นทะเลและตัวคุ่น (ภาษาภาคเหนือ) คือ แมลงวันดูดเลือดเพิ่มขีดความสามารถในการขยายพันธุ์ และกำลังปรับตัวให้อาศัยอยู่ได ้ในพื้นที่กว้างขึ้น สัตว์ทั้งหมดบนโลกนี้ก็กำลังปรับตัวเพื่อการมีชีวิตรอดเช่นกัน โดยสัตว์มีความสามารถที่จะรับรู้ข่าวสาร จากสัญญาณธาตุรู้ของจักรวาลได้โดยตรง ไม่ต้องแปลออกมาเหมือนที่ให้มนุษย์อย่างนี้

    ยุงที่มีเชื้อรุนแรงมากขึ้น
    ตัวคุ่น
    ปลาซีลาแคนท์ที่ชาวประมงจับได้

    ๘. มนุษย์มีอารมณ์รุนแรงขึ้นทุกคนทั่วโลก มีการตายด้วยวิธีแปลกๆ และเป็นกลุ่มใหญ่เป็นหมู่คณะทั้งกระทำเองและธรรมชาติลงโทษ มนุษย์มีวิธีเอาเปรียบกัน เบียดเบียนกันที่รุนแรงและใช้ศาสนาเป็นอาวุธในการทำสงครามไปทั่วโลกแล้วขณะนี้ สุดท้ายมนุษย์ทำร้ายตนเองจนสิ้นโลกไปด้วยสภาวะยุคน้ำแข็ง หรือไม่ก็ความร้อนใต้ผิวโลกร้อนจนพืชสัตว์ตายไปจนหมดและมนุษย์กินกันเอง จนสิ้นทุกตัวตนด้วยโรคร้ายเป็นวาระสุดท้ายของยุคนี้อีกเพียง ๑๐-๑๑ ปีเท่านั้น

    ๙. มนุษย์มีความต้องการเสพในวัตถุที่ตนมองเห็น หรือสัมผัสได้มากขึ้นๆ โดยไม่สนใจ ความเที่ยงธรรม และความสมดุลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง แต่ในขณะเดียวกัน มนุษย์มีความเข้าใจพลังงานแห่งธรรมชาติน้อยลงๆ เช่นกัน เป็นสาเหตุจากการปรับ สภาพแวดล้อมเข้าหาตนอย่างเดียว จนสัญชาตญาณของตนพิการใช้งานไม่ได้ สุดท้ายมองสิ่งที่มีชีวิตอื่นในแง่ร้าย และทำลายทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเท่านั้น

    ๑๐. เกิดภัยพิบัติต่อไปนี้บนโลกนี้ทุกวัน เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินยุบ แผ่นดินแยก มีพายุ ลมฝนฟ้าคะนองรุนแรง น้ำอยู่ในระดับสูงกว่าปกติ เป็นสัญญาณเตือนมนุษย์ให้ระวังไว้ว่า เหตุมหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะมาเร็วๆ นี้ อย่างที่มนุษย์คาดไม่ถึงทีเดียว

    เพียงเท่านี้คงพอสำหรับการสื่อสารแจ้งข่าวบอกแก่มนุษย์ทั้งหลายได้ว่า มหันตภัยเกิดขึ้น และมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้จริงจากสัญญาณอะไรบ้าง จงตื่นมาพบกับสถานการณ์ความเป็นจริงของธรรมชาติ จงตื่นมาเพื่อค้นพบตนเอง จงตื่นมาร่วมสร้างความสมดุลของธรรมชาติ ไปกับข้าคือธาตุรู้ในทุกอณูของสรรพสิ่ง

     

  •  

     

    Walt Disney’s Haunted Mansion ย้อนกลับไปในช่วงปี 1950 วอล์ท ดีสนีย์ ( Walt Disney ) และ นักออกแบบศิลป์ ( Conceptual Artist ) นามว่า ฮาลเปอร์ กอฟฟ์ ( Harper Goff ) และ จินตวิศวกร ( Imagineer ) นามว่า เคน แอนเดอร์สัน ( Ken Anderson ) ได้สรุปรูปแบบ และแปลน สวนสนุก ดีสนีย์แลนด์ ( Disneyland theme park ) ซึ่งประกอบไปด้วย เมืองเล็กๆ ถนนหลัก ( Main Street ) และ บ้านผีสิง ( Haunted House ) ที่มาจากตำนานปรัมปรา เรื่องโจษจันน่าสพึงกลัว มากมาย มารวมกัน และด้วยเทคนิค และเทคโนโลยีที่ทาง วอล์ท ดีสนีย์ มีจากการถ่ายทำภาพยนต์ ที่นำมาผสมผสาน จนลงตัวอย่างที่สุด นำมาสู่ บ้านผีสิง ที่ น่ากลัวที่สุด และ ดีที่สุด

     

    เชิญท่านเปิดประตู เข้าสู่ตำนานอันมืดมิดกับ

     

     

    The Facade

     

    ตัวอาคาร ตกแต่งเป็นแบบบ้านสองชั้น สร้างด้วยอิฐแดง ตกแต่งด้วยเหล็กดัดแบบโบราณ ทำให้เก่าโดยเป็นสนิมเขียว อย่างสวยงามแต่แฝงไปด้วยความน่ากลัว แต่ส่วนตัวอาคารนี้เป็นเพียงอาคารหลอกๆ ให้ดูสวยงามและน่ากลัว แต่ส่วนที่เป็นบ้านผีสิงจริงๆนั้น จะเป็นอาคารคล้ายสตูดิโอ ซ่อนอยู่ด้านหลัง

     

     

    ด้านหน้าบ้านผีสิง ที่ออกแบบเน้นเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยบางอย่าง และที่สำคัญคือป้ายคำว่า ” Haunted Mansion ” อันนี้คือ โลโก้ ของ เขาเลย

     

    Queue Areas

     

    เป็นพื้นที่สำหรับรอคิว เรียกเข้าบ้านผีสิง เนื่องจากภายในบ้านผีสิงจะต้องนั่งรถชม จึงจำกัดนักท่องเที่ยวเนื่องจากในบางครั้งปริมาณรถไม่เพียงพอ ภายในตกแต่งได้ร่มรื่นสยอง เนื่องจากตกแต่งเป็นแบบสุสาน

     

     

    ในส่วนบริเวณรอคิว เพื่อเข้าไปในบ้านผีสิง จะตกแต่งด้วยป้ายหลุมศพ จำนวนมากเพื่อสร้างความรู้สึกสพึงก่อนเริ่มเข้าสู่บ้านผีสิง

     

    Foyer

     

    โถงหน้าบ้าน เมื่อผ่านส่วนรอคิวเข้ามาแล้ว ก็จะพบส่วนประตูทางเข้าบ้านผีสิง คุณจะพบประตูเข้าไปสู่ห้องโถง ( Foyer ) ภายในห้องโถงมีแสงสลัวๆ จากแสงสว่างจากโคมระย้าคริสตัล แชนเดอเลียร์ ( Crystal chandelier ) และเชิงเทียน โดยเปลวเทียนสั่นไหวไปคล้ายต้องสายลม และการตกแต่งภายในเป็นแบบกอธิค ( Gothic เป็นสถาปัตยกรรมที่นิยมในยุโรปช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-15 ) กับกลิ่นอายแห่งความตาย กับเสียงต้อนรับว่า ” ยินดีต้อนรับ เหล่ามนุยษ์ผู้โง่เขลา….. เข้าสู่บ้านผีสิงแห่งนี้ ( Welcome, foolish mortals… to the Haunted Mansion! ) ” และเมื่อมองตรงเข้าไปจะพบ รู้ภาพชายหมุ่มรูปงามติดอยู่ที่ผนัง แต่เขาก็จะเริ่มแก่ตัวลงอย่างรวดเร็วจนเหลือแต่โครงกระดูก

     

     

    Hallway

     

    โถงทางเดิน เป็นทางเดินยาว บนผนังมีหน้าต่างที่ทำเทคนิคพิเศษว่าภายนอกกำลังเกิดฝนฟ้าคนองอย่างหนัก มีสายฟ้าผ่า และมีฟ้าแลบ ฟ้าร้องดังอยู่ในโถงทางเดินตลอด เท่านั้นยังไม่พอบนฝาผนังจะประดับประดาไปด้วยภาพเขียนมากมาย แต่เมื่อเกิดฟ้าแลบขึ้นรูปภาพเหล่านั้นจะปรากฏเป็นผีร้าย เมื่อต้องแสง

     

     

    รูปเขียนจะเปลี่ยนเป็นปีศาจ เมื่อเกิดผ้าแลบ ส่วนรูปปั้นที่เห็นอยู่ไกลๆ จะให้เทคนิคพิเศษเล่นกับนักท่องเที่ยว

     

    ที่มา..http://www.doombuggies.com/

     

  • ภัยธรรมชาติ ก็เกิดจากธรรมชาติ และอยู่คู่โลกเรามานานมากแล้ว
    แต่สมัยนี้ก็เป็นสิ่งที่ปฎิเสธไม่ได้เลย ว่ามนุษย์เรานี่แหล่ะค่ะ เป็นคนทำให้เกิดภัยธรรมชาติบ่อยมากยิ่งขึ้น
    ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว น้ำท่วม พายุ
    ซึ่งเราสามารถป้องกันได้แค่ลดความสูญเสียจากมากให้เหลือน้อยที่สุด แต่น้อยครั้งนัก
    ที่คนเราจะรอดพ้นเงื้อมมือจากภัยธรรมชาติเหล่านี้
    —————
    การระเบิดของภูเขาไฟ ชาอิเทน เมืองชานา ประเทศชิลี ใน พ.ค 2551 (May 2008)
    ระเบิดภูเขาไฟกับฟ้าผ่า ถ้าเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันเรียกว่า volcanic lightning นะคะ
    http://image.ohozaa.com/i/75d/x103173721.jpg
    ไฟป่าที่โดลชินโน ประเทศรัสเซีย ส.ค 2553 (Aug 2010)
    http://image.ohozaa.com/i/bb0/x103173723.jpg
    ภาพถ่ายทางอวกาศ พายุเฮอร์ริเคนฟิลิกซ์ ประเทศฮอนดูรัส เมื่อ ก.ย 2550 (Sept. 2007)
    http://image.ohozaa.com/i/339/x103173726.jpg
    การระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล ประเทศตองกา มี.ค 2552 (March 2009)
    http://image.ohozaa.com/i/e41/x103173727.jpg
    จุดศูนย์กลางของพายุ Supercell  Thunderstorm
    http://image.ohozaa.com/i/33a/x103173728.jpg
    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ทางตะวันตกของเมืองกลาสโกส์ รัฐมอนตาน่า ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อ 28 ก.ค ปี 2553
    ไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก เนื่องจากบริเวณนั้นไม่มีบ้านและที่พักอาศัยตั้งอยู่
    และแสดงให้เห็นไม่กี่ชม. ก็หายไป ( ภาพนี้กับภาพข้างบน (กับภาพแรกสุด) เป็นเหตุการณ์เดียวกัน )
    http://image.ohozaa.com/i/a3d/x1031737210.jpg
    เกิดอุทกภัยแถบรัฐควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลียเมื่อ 3 เดือนก่อน
    เนื่องจากพายุไซโคลน ทัสชาสร้างความเสียหายอย่างหนัก หลังจากโหมกระหน่ำติดต่อกัน 2 อาทิตย์
    พื้นที่ที่เสียหายเท่ากับ เนื้อที่ประเทศฝรั่งเศษกับเยอรมันรวมกัน
    จึงกลายเป็นสถิติน้ำท่วมที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย
    *ในภาพ ระดับน้ำท่วมสูงข้ามถนนที่จะไปสู่สนามบินเมือง ร็อคแฮมป์ตัน ในเขตภาคตะวันออกของควีนแลนด์เมื่อ 2 ม.ค 2554
    http://image.ohozaa.com/i/df1/x1031737215.jpg
    เรือกู้ภัยฉุกเฉินแล่นผ่าน ป้ายบอกทางทำให้ทราบว่านั่นไม่ใช่คลอง หากแต่เป็นถนน
    ทางตอนใต้ของเมืองร็อคแฮมป์ตันไป 6 ก.ม เมื่อ 3 ม.ค 2554
    http://image.ohozaa.com/i/852/x1031737217.jpg
    น้ำท่วมขยายครอบคลุมพื้นที่ต่ำในเมือง Depot Hill เมืองร็อคแฮมป์ตัน ทางตะวันออกของควีนแลนด์ เมื่อ 2 ม.ค 2554
    http://image.ohozaa.com/i/dbb/x1031737220.jpg
    ภูเขาไฟใต้น้ำระเบิดที่ชายฝั่งประเทศตองก้า ( March 2009 )
    http://image.ohozaa.com/i/e6b/x1031737226.jpg
    ภาพถ่ายทางอวกาศของภูเขาไฟคลิอูเชฟสกอย ในประเทศรัสเซีย
    ระเบิดควันออกมาเป็นทางยาวหลายกิโลเมตร (Sept. 1994)
    http://image.ohozaa.com/i/286/x1031737228.jpg
    พายุไซโคลนชื่อทาเนม 2 ลูกติดกัน ที่ไอซ์แลนด์ (Nov. 2006)
    http://image.ohozaa.com/i/dd0/x1031737229.jpg
    พายุทอร์นาโด ที่รัฐโฮกราโฮมา สหรัฐอเมริกา (May 2010)
    http://image.ohozaa.com/i/7ed/x1031737230.jpg
    ภูเขาไฟเซนต์เฮเลนต์ระบิดพ่นลาวา รัฐวอชิงตัน สหัรฐอเมริก (May 1980)
    http://image.ohozaa.com/i/87a/x1031737231.jpg
    ภาพถ่ายจากดาวเทียม พายุฝุ่น ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เดือนเมษายน 2544
    http://image.ohozaa.com/i/b9f/x1031737233.jpg
    การระเบิดของภูเขาไฟเอยาฟแยตลาโยคูลล์ ที่ไอซ์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2553
    http://image.ohozaa.com/i/a4c/x10317372109.jpg
    Lightning Strike – New York City (2010)
    http://image.ohozaa.com/i/d50/x1031737278.jpg
    Lightning Storm – Roswell, New Mexico (July 2010)
    http://image.ohozaa.com/i/bc3/x1031737280.jpg
    พายุฝนฟ้าคะนอง supercell thunderstorm ที่ sunset near Medicine Lodge, Kansas (June 5 , 2004)
    http://image.ohozaa.com/i/c12/x1031737281.jpg
    การระเบิดของภูเขาไฟ Chaiten ที่ชานา ประเทศชิลี เมื่อเดือน พ.ค 2551
    http://image.ohozaa.com/i/c77/x1031737283.jpg
    ข้อมูลและภาพจาก : http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X10317372/X10317372.html
  • รู ขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 30 ฟุต(9 เมตร) บนหลังคาโดมกลางมหาวิหารแพนธิออน ใน กรุงโรม นั่นเป็นปริศนามาเป็นเวลานาน บัดนี้นักประวัติศาสตร์คาดว่าสามารถคลี่คลายปริศนานี้ลงได้แล้ว ว่ามันมีไว้สำหรับทำอะไร 

    รายละเอียด


    • รู นี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น เป็นไฟสปอร์ตไลท์ธรรมชาติ สำหรับสาดส่องมายังองค์จักรพรรดิ์ เพื่อให้เกิดความน่าประทับใจ น่าตื่นใจ ในการปรากฎกาย ขององค์จักรพรรดิ์ขณะเมื่อท่านเสด็จมายังมหาวิหารในโอกาสพิเศษ
    • แน่นนอนเมื่อมีรูขนาดใหญ่บนหลังคา เมื่อฝนตกฝนก็ต้องรั่วเข้ามา แต่ สถาปนิกเมื่อ 2000 ปีที่แล้วก็ไม่ได้ละเลย จะสร้างรูเล็กที่พื้น เพื่อใช้เป็นทางระบายน้ำไว้ที่พื้น
    • ผู้เชี่ยวชาญ พบว่า รู บนหลังคานี้ยอมให้ลำแสง จาก ดวงอาทิตย์ ส่องผ่านเข้ามายังภายใน ระหว่างเดือน มีนาคม ถึง กันยายน และยิ่งในวันที่ 21 เมษายน 753 ปีก่อนคริสตกาล ที่เป็นวันสถาปนา กรุงโรม และวันนั้นยังเป็น วันวิษุวัต (Equinox วันที่มีเวลากลางคืน และกลางวันยาวเท่ากัน) ด้วยองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ของชาวโรมันโบราณ ที่ออกแบบรูบนหลังคาเป็นอย่างดี ทำให้ในวันวิษุวัต ลำแสงจากหลังคาจะยืดยาวลงมาเป็นพิเศษ โดยจะส่องลงมาจนถึง หน้าประตูที่จักรพรรดิ์ปรากฎตัว
    • ลองคิดดูว่าในยุค ที่ ผู้คนยังเชื่อในโชคลาง ผีสาง เมื่อประชาชน เห็นองค์จักรพรรดิ์ เสด็จเข้ามายังมหาวิหาร โดยมีลำแสงสุกสว่างส่องมาอาบทั่วพระวรกาย ปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติเช่นนี้ จะยิ่งตอกย้ำ และผลักดันสถานะพระองค์ ดุจดั่ง เทพพระเจ้าก็ไม่ปาน
    • ศาสตราจารย์ Giulio Magli จาก the Polytechnic of Milan กล่าวว่า ถึงในปัจจุบันเรายังไม่ทราบแน่นอนว่าทำไม หลังคาถึงต้องมี รู และมี รู เพื่ออะไร แต่เราเชื่อว่าพระอาทิตย์ นั้นมีบทบาทสำคัญสำหรับรูปแบบการก่อสร้างวิหาร เราพยายามหาข้อสรุปโดย ศึกษาอาคารอื่นๆอย่างเช่น the Domus Aurea ที่มีหลังคาในลักษณะเดียวกัน เราพบว่า พระอาทิตย์ นั้นเชื่อมโยงกับรูปแบบสถาปัตกรรม ของ ชาวโรมันโบราณ พวกเขาใช้องค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ที่มี ในการสร้างรากฐานอันมั่นคง ของ อาณาจักร
    ลองคิดดูว่า ถ้า ลำแสงขนาดใหญ่ดังภาพนี้ ส่องมายังองค์จักรพรรดิ์ อาบทั่วร่างเมื่อท่านปรากฎกาย ณ วิหา เมื่อกว่า 2000 ปี ที่แล้ว

     

  • Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!